เรียนจบเอกดนตรี ทำอะไรได้บ้าง ?
เรียนจบเอกดนตรี ทำงานอะไรได้บ้าง ??
ตอบ : ก่อนอื่น เชื่อไหมว่าตอนที่ผมกำลังเขียนคำตอบนี้ ผมก็กำลังทำงานดนตรีอยู่ ! เป็นคำถามที่ได้ยินมาบ่อยมากถึงมากที่สุดเกี่ยวกับความไม่มั่นใจในเส้นทางอาชีพดนตรี ว่าทำอะไรกิน เต้นกินรำกินเหรอ หรือเป็นศิลปินไส้แห้ง เป็นนักร้องนักดนตรี มันจะไปพอยาไส้อะไร บลาๆๆ
อย่างแรกที่ผมบอกได้ครับ คือ ลองหยุดถาม แล้วฟังเสียงรอบๆ ตัวดีๆ ฮะ ทุกอย่างที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "เพลง" หรือถ้าจะให้ถูกคือ "เสียงทุกเสียง" ย้ำว่า "ทุกเสียง" ที่ได้เห็นในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะภาพยนตร์ ละครทีวี รายการโทรทัศน์ วิทยุ แม้กระทั่งโฆษณา หรือเพลงในลิฟต์ นี่คือหนทางอาชีพของนักดนตรีทั้งนั้นครับ ดังนั้น คนที่เล่นดนตรี หรือเรียนดนตรีจบมาแล้ว สามารถทำอาชีพต่อไปนี้ได้
- นักดนตรีกลางคืนที่เล่นตามร้านอาหารเล็กๆ
- วงดนตรีเล่นกลางคืนทุกแนวตั้งแต่ ป๊อบ ร็อค แจ๊ส อคูสติค ลำซิ่ง และอื่นๆ
- วงดนตรีเล่นงานรับจ้างพิเศษ (งานแต่งงาน, งานบวช(กลองยาว), งานเฉลิมฉลองต่างๆ เปิดบริษัท ฉลองพนักงาน และอื่นๆ)
- วงเฉพาะทางสายดนตรี (วงดนตรีไทย แสดงลิเก โขน แสดงศิลปะพื้นบ้านโดยเฉพาะ, วงดนตรีเครื่องเฉพาะทาง แอฟริกัน คันทรี่ เพลงการ์ตูน เป็นต้น)
- วงดนตรี back up ที่เล่นให้กับศิลปินในค่ายเพลง
- นักดนตรีในวง Orchestra
- นักดนตรีรับจ้างอัดเสียง เรียกอีกอย่างว่ามือปืน
- ทำวงเป็นศิลปินเอง สังกัดค่ายหรืออินดี้ก็นับหมด
- เป็นโปรดิวเซอร์ให้วงดนตรี
- เป็นซาวนด์เอ็นจิเนียร์ ที่ทำระบบเสียงให้กับวงดนตรี มีทั้งแบบในสตูดิโออัดเสียง และแบบที่ไปแสดงสดด้านนอก
- เป็นคนทำห้องอัดสำหรับให้คนอื่นอัดเสียง
- เป็นคนขายเครื่องดนตรีและเครื่องเสียง
- เป็นคนซ่อมเครื่องดนตรี
- เป็น Band Coach ติวคิวและการแสดงสดของวงดนตรี
- เป็นคนแต่งเพลงให้วงดนตรีหรือแต่งเองทำเพลงเองร้องเอง
- เป็นคนเรียบเรียงดนตรีให้วงดนตรีหรือทำเพลงเองร้องเอง
- เป็นคนเขียนเนื้อร้องให้วงดนตรีหรือทำเพลงเองร้องเอง
- บางคนก้าวกระโดดทำค่ายเพลงเอง
- ไปเป็นหุ้นส่วนทำค่ายเพลงกับเพื่อน
- ไปเป็น AR หรือคนดูแลศิลปิน (ถ้าเรียนจบทางด้านธุรกิจดนตรีจะได้เปรียบ แต่ถ้าเรียนสาขาอื่นต้องเข้าใจดนตรีและนักดนตรีพอสมควร)
- ไปเปิดร้านเครื่องเสียง หรือรับจัดการระบบเครื่องเสียงในสตูดิโอหรือในบ้าน (ถ้าเรียนมาทางเทคโนโลโลยีดนตรีหรือวิศวกรรมไฟฟ้าดนตรีเกี่ยวกับอะไรเทือกๆ นี้)
- เป็นคนทำ background score หรือดนตรีประกอบภาพยนตร์
- เป็นคนอัดและจัดวาง "เสียง" ต่างๆ ที่ได้ยินในภาพยนตร์ เสียงเดิน เสียงใบไม้ เสียงเหล็ก เสียงไม้ เสียงกระทบ เสียงรถชน เสียงทั่วไปอื่นๆ ที่ต้องทำให้ตรงกับภาพที่อัดมา เราเรียกว่า "โฟลี่ (Foley)" มีคนที่ทำอาชีพนี้จนได้เป็น Foley artist ระดับโลก
- เป็นคนสร้าง "เสียง" ให้กับสิ่งที่ไม่มีในโลก เราเรียกเขาว่า Sound designer ไม่มีใครเคยได้ยินเสียงไดโนเสาร์ หรือไม่มีใครได้ยินเสียงพูดของ Wall-E กับ Eve ในภาพยนตร์เรื่อง Wall E มาก่อน นี่คือผลงานของพวกเขา
- เป็นคนสร้างเครื่องดนตรี และ Synthesizer
- sound designer บางกลุ่มรับออกแบบเสียงใน Synthesizer พวกนี้ด้วย
- เป็นนักดนตรีบำบัด ใช้ดนตรีในการรักษาคนไข้ได้
- เป็นครูดนตรี ทั้งเครื่องสากล และเครื่องภูมิภาค
- เป็นนักแสดงละครเวที
- เป็นนักร้องประสานเสียง
- เป็น Conductor คุมวงดนตรีหลายประเภทมากๆ
- เป็น voice coach ทั้งเสียงพูด และเสียงร้องเพลง voice coach คือคนที่รู้วิธีการใช้เสียงต่างๆ ให้ปลอดภัย และทำให้เสียงออกมาดีที่สุด
- เป็น vocal director คนคุมนักร้องให้ร้องเพลงออกมาให้ดีที่สุด
- เป็นคน mastering เสียงเพลงที่ได้ยินในซีดี เพิ่มคุณภาพจากที่อัดเสียงในห้องอัดให้กลายเป็นเสียงคุณภาพสูง
- เป็นคนทำเพลงประกอบโฆษณา
- เป็นคนทำเพลงประกอบหนังสั้น
- เป็นคนทำเพลงประกอบ "แฟชั่นโชว์"
- เป็นคนทำเพลงประกอบใน "ลิฟต์"
- เป็นคนทำเพลงรับจ้างตามสั่ง freelance ถ้าหากรับงานได้หลายอย่าง
- เป็นนักการตลาดด้านดนตรีโดยตรง
- เป็น DJ
- เป็น remixer
- เป็นนักวิจารณ์เพลงที่มีเหตุผลและคุณภาพ
- เป็นคนทำเพลง Green Music คอยช่วยนักดนตรีบำบัดได้อีกแรง
- เป็นนักทดลองด้านเสียงต่างๆ จนกลายเป็น expert ได้
- เปิดโรงเรียนสอนดนตรีเองได้ด้วย
- เป็น backstage ช่วยเหลือนักดนตรีบนเวที
- เป็น technician ดูแลเครื่องดนตรีให้นักดนตรีได้ด้วย
- เป็นนักดนตรีในโรงแรม และโรงพยาบาลได้ด้วย
- ยังมีอีกที่ผมยังนึกไม่ออกตอนนี้
range รายได้ของอาชีพเหล่านี้ มีตั้งแต่หลัก 200-300 บาทจนถึง 5-6 แสน ในต่างประเทศ สามารถทำรายได้ถึงหลักล้าน แต่ทั้งหมดทั้งมวล อาชีพเหล่านี้ต้องผ่าน skill และการฝึกฝนอย่างสูง บางคนทำได้มากกว่า 1 อาชีพ บางคนทำได้อาชีพเดียว แต่ทุกอย่าง ลงทุนด้วยเวลา ประสบการณ์ และอุปกรณ์ทั้งสิ้น
นี่คือค่าของดนตรีครับ นี่คือมูลค่าของอาชีพนี้ ใครที่คิดว่าอาชีพนี้ไม่มั่นคง หรือรายได้เลี้ยงตัวเองได้เหรอ รายได้มากน้อยขึ้นอยู่กับอาชีพที่ทำและความสามารถครับ ดังนั้น นักดนตรี หรือคนที่สนใจดนตรี อย่าลังเล แล้วไปฝึกฝนครับ โอกาสมีไว้สำหรับผู้ที่พร้อมครับ !
ปล. ผมทำงานอะไรเหรอ ผมเป็น freelance รับจ้างครับ :)
เนื้อเรื่องต้นฉบับ จาก เฟสบุ๊ค คุณ Thitiwat Rongthong เผยแพร่เมื่อ 25 มีนาคม 2015 โอกาสนี้ มิวสิคมาสเตอร์ ขอขอบพระคุณมากครับที่อนุญาตในนำมาเผยแพร่ในเว็บไซต์